โอเค ได้เวลากลับมารีวิวเกมส์ Darksiders จากที่เกริ่นไปในกระทู้ที่แล้วกันนะครับ

 

ต้องขอบอกก่อนว่ารีวิวนี้จะเน้นเนื้อเรื่องมากกว่าระบบการเล่นนะครับ ปริศนาหรือศัตรูตามทางผมจะบรรยายแค่ผ่านๆ อยากจะเน้นหนักไปทางเรื่องราวที่เกิดขึ้นมากกว่า

 

 

เริ่มเกมส์

 

หลังจากฉากเปิดเกมส์จบลง เราก็จะได้รับบทเป็นWar หนึ่งในสี่อัศวินผู้ขี่อาชาแห่งวันสิ้นโลก โดยตัวเกมส์จะเริ่มให้เราทำการฝึกต่อสู้กับปีศาจที่เข้ามาเพื่อเรียนรู้ระบบการเล่นซะก่อน หลักๆแล้วก็จะมีการโจมตีแบบเบสิคธรรมดาๆ การกดฟินิชชิ่งเพื่อจัดการศัตรู แล้วสุดท้ายคือคาออสโหมด…เป็นการกดปุ่มแปลงร่างเป็นยักษ์เพลิงซึ่งนอกจากพลังโจมตีจะเพิ่มพรวดพราดแล้ว ยังทำให้เราเป็นอมตะด้วย

 

 

เมื่อจบช่วงซ้อมก็ให้เราเริ่มเดินไปตามถนนได้เลยครับ เราจะพบว่าวัตถุต่างๆในเกมส์ทั้งรถยนต์ เสาไฟฟ้า สามารถหยิบจับมาใช้ขว้างใส่ศัตรูได้ซึ่งสร้างดาเมจพอสมควรเลยทีเดียว ตรงจุดนี้แม้เราจะยังสามารถแปลงเป็นคาออสโหมดได้ แต่ผมแนะนำให้เดินในร่างปรกติจะเร็วกว่าครับ เพราะร่างยักษ์นั้นวิ่งช้ามากๆ

ระหว่างทางนี้นอกจากปีศาจชุดเดิมๆแล้วเราจะได้พบกับศัตรูอีกกลุ่มนั่นก็คือพวกทหารเทวดาครับ โดยพวกนี้จะไม่ได้เก่งกาจอะไรมากแต่มีข้อดีตรงที่พวกเฮียๆเขาบินได้ วิธีจัดการที่เหมาะสุดคือหยิบรถขว้างใส่ครับ แต่ถ้าใครจะกระโดดขึ้นไปฟันสดเอามันส์ก็แล้วแต่จะชอบ

 

หลังจากผ่านการพะบู๊มาพอสมควร ณ จุดหนึ่งอยู่ดีๆพระเอกของเราก็จะสูญเสียพลังไปโดยไม่ทราบสาเหตุ ทั้งคาออสโหมดที่หายไปและหลอดพลังชีวิตก็ลดลงอย่างฮวบฮาบ ช่วงนี้ถ้าสังเกตจะเห็นยักษ์หินตัวหนึ่งที่เดินอยู่ในเมืองกำลังโดนปีศาจล่ามโซ่อยู่ด้วย ไม่ต้องตกใจครับ เพราะบอสตัวใหญ่กว่านี้อีก…

 

 

แม้จะเกิดเหตุไม่คาดฝันแต่พี่Warของเราก็ยังคงมุ่งหน้าต่อไปจนถึงบ่อลาวา ตัวเกมส์จะตัดเข้าคัตซีนของหัวหน้าเทวดาองค์หนึ่งชื่อว่า “อาบาดอน”(Abadon) หรือก็คือตาลุงหน้าเข้มตาบอดข้างหนึ่งนั่นเอง ซึ่งทันทีที่เขาเห็นเราก็จะแสดงท่าทีตกใจมาก ขนาดเราถามไปว่า “เกิดเรื่องอะไรขึ้น? พี่น้องของข้าอยู่ที่ไหน!??(หมายถึงอัศวินอีก 3 คน)” เฮียเทพก็ไม่ตอบแถมมัวแต่อึ้งจนจะโดนปีศาจเขมือบเอาหลายหน ร้อนถึงลูกน้องคนสนิท “ยูเรียล”(Ureil)ต้องบินเข้ามาช่วย

 

 

อาบาดอนจะพึมพำอะไรไปเรื่อยจนประโยคหนึ่งหลุดออกมาคือ “เป็นไปไม่ได้ ผนึกอันที่ 7 ยังไม่ถูกทำลายนี่นา!? แต่พูดได้แค่นั้นก็โดนมือยักษ์จากบ่อลาวาพุ่งขึ้นมาขยี้จนตาย พร้อมกับการปรากฏตัวของ “สตาร์ก้า”(Straga) ยักษ์หุ้มเกราะที่เป็นบอสในด่านนี้นั่นเอง

 

 

ถึงมันจะตัวใหญ่แถมหน้าดุ แต่การต่อสู้ไม่ได้ยากเย็นเท่าไหร่ครับ วิธีสู้กับมันก็คือเราต้องรอจนสตาร์ก้าหยิบซากรถมาขว้างใส่เรา ให้เรากะจังหวะหลบดีๆแล้วหยิบรถพวกนั้นขว้างใส่มันไป(ไม่ต้องกังวลเรื่องการเล็งเพราะบอสตัวใหญ่มาก ถ้าปาไม่โดนนี่ควรพิจารณาตัวเองด่วน) พอครบสองคันแล้วมันจะทรุดหน้าลงมาเกาะขอบบ่อให้เราวิ่งเข้าไปฟันได้ พอสตาร์ก้าลุกขึ้นมาจะมีช่วงที่มันโจมตีด้วยการขย่มพื้นกับทุบพื้นอัดเป็นคลื่นกระแทกเล็กน้อย กะจังหวะให้ดีก็หลบได้ไม่ยากครับ

 

ทำประมาณ 2-3 ครั้งในที่สุดก็จะมีปุ่มขึ้นมาให้เราทำการกดฟินิชชิ่ง(กดแค่ครั้งเดียว ไม่ต้องกดตามแบบ God of Warนะครับ) แต่ฉากที่Warกำลังจะกระโดดเสียบหน้าบอสอยู่นั้นเอง…พลังที่เหลืออยู่น้อยนิดของเราก็ถูกชิงไปจนเกลี้ยงทำให้เราพลาดท่าโดนสตาร์ก้าจับตัวไว้และถูกบี้เละแบบเดียวกับอาบาดอน ก่อนตายพระเอกได้เปรยว่า “กฎ..ถูกทำลายลงแล้ว”

 

 

 

เป็นอันจบช่วงอินโทรของเกมส์ครับ

 

 

 

 

จากนั้นฉากจะตัดมาที่หน้าสภานรก Warกำลังถูกตัดสินจากสามผู้พิพากษาโดยเขาถูกคาดโทษที่ออกไปรบโดยไม่มีคำสั่ง ถูกกล่าวหาว่าเป็นคนที่ชักนำกองทัพของ “Destroyer” หรือทัพของเหล่าปีศาจมายังโลก และมีความผิดในฐานะที่ทำให้โลกมนุษย์ล่มสลาย ซึ่งเราจะได้รู้ว่าDestroyerนั้นเป็นชื่อผู้นำของเหล่าปีศาจนั่นเอง

Warพยามแก้ต่างว่าตัวเขาถูกเรียก(ใช้คำว่าSummon)ให้ออกไปรบ ไม่ได้ออกไปโดยพลการ แถมเมื่อเขาไปถึงโลก…สงครามก็เกิดขึ้นไปตั้งนานแล้ว โดยWarจะอ้างถึงอาบาดอนและบอกว่าหัวหน้าเทวดาจะต้องรู้อะไรบางอย่างเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้แน่ๆ แต่สภาตอบปัดๆแค่ว่าอาบาดอนตายเพราะต่อสู้กับความโกลาหลที่Warก่อขึ้นนั่นแหละ

 

โดนกล่าวหาฝ่ายเดียวบ่อยๆ พระเอกก็เริ่มจะของขึ้นแล้วตวาดไปว่าเขาสู้กับพวกปีศาจจนตัวตายแบบนี้ สภายังสงสัยเขาได้ยังไง? ผู้พิพากษาจึงอ้างว่าการตายของWarไม่ได้ช่วยพิสูจน์อะไรเลย เหมือนกับว่าDestroyerเขี่ยWarทิ้งหลังจากใช้งานเสร็จเท่านั้นเอง และสมาชิกทั้งสามก็ยืนยันที่จะลงโทษWarตามข้อกล่าวหาทั้งหมด

 

 

“ข้าต่อสู้เพื่อรับใช้สภาและความสมดุลเท่านั้น เยี่ยงอัศวินผู้ขี่อาชากระทำมาโดยตลอด ส่งข้ากลับไปบนโลก…ข้าจะลงโทษผู้ที่ต้องรับผิดชอบเรื่องนี้เอง!!

 

พี่พระเอกกล่าวออกมาอย่างหนักแน่นว่าจะพิสูจน์และล้างมลทินให้ตัวเอง แม้ทางสภาจะปรามาสว่าสภาพของWarตอนนี้(สูญเสียพลัง)จะไปสู้ปีศาจไหวเรอะ? Warอ้างไปว่าถ้าเขาแพ้จริง…ก็ถือว่าเขาถูกพวกปีศาจสำเร็จโทษแทนสภาไปเลยก็หมดเรื่อง ผู้พิพากษาทั้งสามจึงตัดสินใจอนุญาตให้Warกลับไปขึ้นไปบนโลกได้ แต่มีข้อแม้ว่าเขาจะต้องพาผู้ติดตามไปด้วย

 

 

Warจะถูกตัวประหลาดสีดำเข้ามาสิงร่าง ซึ่งเจ้านี่ก็คือ Watcher ทาสผู้ซื่อสัตย์แห่งสภากลางและยามนี้ได้รับมอบอำนาจให้สังหารWarได้ทุกเมื่อในกรณีที่เขาทำท่าจะก่อปัญหาทั้งยังมีหน้าที่เฝ้าจับตามองWarในภารกิจค้นหาคนร้ายตัวจริงครั้งนี้ด้วย

 

จากนั้นสภาจะบอกเป้าหมายแรกให้Warโดยสั่งให้เขาตามหา Vulgrim ปีศาจที่ท่องไปมาระหว่างมิติพร้อมกับเล่าว่าตั้งแต่การสงบศึกระหว่างเทวดาและปีศาจเริ่มขึ้นนั้น…มีปีศาจหลายตนถอนตัวจากสังกัดของDestroyerซึ่งพวกมันเหล่านี้น่าจะช่วยWarในภารกิจครั้งนี้ได้ไม่มากก็น้อย

 

เมื่อรับอาวุธและฟังอธิบายเกี่ยวกับระบบSoul(เป็นแต้มวิญญาณที่เราใช้แทนเงินในการซื้อของในเกมส์นี้)เสร็จ Warจะถูกส่งกลับขึ้นไปบนโลกทันที

 

ประมวลปมของเนื้อเรื่องขณะนี้

-ใครเป็นคนเรียกWarลงมาทั้งที่โลกทั้งที่ผนึกทั้งหมดยังไม่ถูกทำลาย?

-ทำไมกองทัพของDestroyerถึงขึ้นมาโจมตีโลกทั้งที่ยังไม่ถึงเวลา?

-อาบาดอนกองทัพเทวดามีส่วนรู้เห็นในเหตุการณ์นี้หรือไม่? และทำไมอาบาดอนพูดเหมือนมีลับลมคมในอะไรบางอย่าง?

-ใครเป็นคนทำให้Warสูญเสียพลังจนพ่ายแพ้?

 

 

กลับมาบนโลกซึ่งน่าจะเป็นเมืองเดิมกับที่เรามาตอนแรก สภาพของสิ่งก่อสร้างนั้นเรียกได้ว่ามีแต่ซากปรักหักพังในสภาพเสื่อโทรมเหมือนวันสิ้นโลก WarถามWatcherว่าเวลาที่นี่ผ่านไปกี่ปีก็ได้คำตอบว่าเป็นศตวรรษแล้ว ไม่มีมนุษย์เหลือรอดแม้แต่คนเดียวจนอาณาจักรที่ 3 ล่มสลาย เท่ากับว่า…แผนการในศึกEndwarก็ไม่มีวันเป็นจริงได้อีกตลอดกาล

 

ให้เราเริ่มเดินไปตามทางต่อจะได้พบกับฝูงซอมบี้มากมายแห่มาต้อนรับ ซึ่งศัตรูประเภทนี้ไม่ใช่อะไรมากไปกว่ากระสอบทรายซ้อมมือดีๆนี่เอง และหากใครอยากเติมพลังชีวิตก็ให้กดฟินิชชิ่งใส่พวกซอมบี้จะทำให้เราได้Soulมาเติมพลังพอสมควร ผ่านเข้ามาในตัวตึกเรื่อยๆจะมีปีศาจตัวใหญ่ออกมาให้สู้ประมาณ 2 ตัว แนะนำให้ใช้โต๊ะและเก้าอี้ที่วางอยู่เกลื่อนกลาดขว้างใส่มันจะช่วยให้ปราบง่ายขึ้น จนเมื่อเราออกมานอกอาคารแล้วก็จะตัดเข้าสู่คัตซีนสำคัญอีกฉากหนึ่ง นั่นคือการปรากฏตัวของวัลกริม

 

 

 

ถ้าจะพูดให้เข้าใจง่ายๆ วัลกริมก็คือพ่อค้าปีศาจที่จะเป็นคนขายอาวุธ เวท ไอเท็ม และช่วยปลดล๊อคทักษะต่างๆให้กับเราโดยแลกกับSoulนั่นเอง เมื่อพบหน้ากันครั้งแรก…วัลกริมจะเอ่ยอย่างปลาบปลื้มว่าในที่สุดสภาก็ยอมเรียกใช้งานปีศาจอย่างเขาจริงๆจังๆซะทีพร้อมบอกWarว่าถ้าอยากได้ข่าวสาร…ก็ต้องเอาอะไรมาแลก Warก็ปล่อยดวงวิญญาณที่สะสมมาให้วัลกริมสวาปามจนพอใจ

 

แล้วอาเฮียดิลเลอร์ก็เริ่มเปรยข้อมูลออกมา โดยไม่มีการอ้อมค้อม…วัลกริมบอกว่าหากWarอยากตามหาDestroyerและปริศนาเกี่ยวกับความโกลาหลนี้ก็ต้องไปที่ หอคอยบรรลังก์ดำ(Black Thorne) แต่การจะไปถึงที่นั่นนั้น สำหรับWarในสภาพอ่อนแอแบบนี้เป็นไปไม่ได้แน่นอน แถมตลอดทางยังมีเวทมนตร์ของปีศาจขัดขวางอยู่ขนาดตัววัลกริมเองยังไม่รู้เลยว่าจะผ่านไปได้ยังไง Warจึงถามว่างั้นใครรู้? วัลกริมหยิบไอเทม Earthcaller  ขึ้นมาโชว์แล้วยื่นข้อเสนอว่าถ้าWarเติมเต็มความหิวของเขา เขาก็จะเติมเต็มความอยากรู้ให้War…

 

 

ตรงนี้จะตัดเข้าเควสเล็กๆโดยเราต้องออกไปสู้กับปีศาจรอบๆเมืองเพื่อเก็บSoulให้ได้ 500 แต้มสำหรับนำไปแลกกับแตรearthcallerของวัลกริม ข้อแนะนำคือนอกจากการสู้กับปีศาจแล้ว…บางจุดของเมืองจะมีหีบวิญญาณซ่อนอยู่ซึ่งจะให้แต้มครั้งละมากๆ ลองวิ่งหาดูตามบันไดหรือมุมตึกจะพบได้ไม่ยากครับ(ในช่วงแรกที่เราเก็บได้จะมีอยู่ประมาณ 3 หีบ แต่ถ้าคิดว่าสู้ปีศาจง่ายกว่าก็ไว้ค่อยมาเก็บเวลาอื่นก็ได้) เมื่อเก็บแต้มครบแล้วWathcerจะโผล่ออกมาบอกให้เรากลับไปวัลกริมทันที(ในขณะเล่นนั้น เราสามารถกดเรียกWatcherขึ้นมาคุยด้วยได้ตลอดเวลา แต่ไม่ค่อยมีประโยชน์เท่าไหร่…เพราะส่วนมากมันจะชอบพูดเสียดสีเราแบบกวนๆซะมากกว่า ถ้าใครรู้สึกเหงาจะเรียกมันมาคุยเล่นก็ดีเหมือนกัน)

 

วัลกริมจะมอบแตรให้เรา ซึ่งไอเทมชิ้นนี้มีคุณสมบัติในการปลุกเหล่ายักษ์ที่ถูกผนึกเป็นประตูขวางทางเข้าออกอยู่ ก่อนจากกันนั้นวัลกริมได้ทิ้งท้ายว่าWarสามารถตามหาเขาได้ทุกที่ ถ้ามีSoulมากพอเมื่อไหร่ก็ให้มาแลกเปลี่ยนสินค้ากับเขาได้ทุกเมื่อ(สถานที่ของวัลกริมจะปรากฏเป็นแท่นวงกลมอยู่ตามจุดต่างๆทั่วแผนที่โลก ทางที่ดีควรจะรีบไปตามหาให้ครบตั้งแต่เนิ่นๆเพราะช่วงหลังจะมีความสำคัญมาก)

 

 

ให้เรากดเป่าแตรบริเวณประตูเมืองใกล้ๆนั้น จะพบว่าผนึกที่ปิดทางเข้าอยู่ก็คือยักษ์หินที่เราเห็นถูกล่ามโซ่ในตอนแรกนั่นเอง โดยเมื่อพี่ยักษ์ขอบคุณเราเสร็จก็จะบอกว่ายังมีพี่น้องของตนถูกผนึกไว้ตามที่ต่างๆโดยกองกำลังของDestroyer หากWarต้องการผ่านทางก็ต้องปลดปล่อยพวกทั้งหมดให้ได้ พอพูดจบก็จะเดินจากไป

 

ผ่านประตูเข้าไปจะเป็นเส้นทางในอาคารเหมือนช่วงแรก มีศัตรูประปรายก็ให้พยามสู้ไปแบบไม่ต้องรีบร้อน จนสุดท้ายเราจะโผล่มาที่ลานขนาดใหญ่ซึ่งมีบ่อลาวาพร้อมพื้นดินแปลกๆที่เหมือนอุ้งมือปีศาจงอกอยู่ตรงกลาง ให้เราวิ่งไปที่ลานนั้นเพื่อเผชิญหน้ากับบอสของด่านซึ่งเป็นทหารปีศาจธรรมดาๆ

 

 

 

การสู้กับบอสตัวนี้จะต่างกับสตาร์ก้าเพราะเป็นบอสแบบอัดกันตัวต่อตัว มีแพทเทิร์นเล็กน้อยแต่ไม่ตายตัวนัก โดยหลักๆคือบอสจะเรียกลูกน้องออกมาเป็นชุดๆ เราจะเก็บสมุนก่อนหรือจะไม่สนแล้วอัดแต่บอสอย่างเดียวก็ได้ ที่สำคัญคือแตรEarthcallerนั้นสามารถใช้เป่าใส่บอสตัวนี้ได้ดีมาก ให้พยามดูจังหวะการโจมตีแล้วหาช่องฟันสวนไปเรื่อยๆก็จะชนะได้ครับ

 

พอจัดการเสร็จ ให้เราเดินไปขยับแท่นรูปปั้นกากอยส์ในบริเวณนั้นสองแท่น(Watcherจะโผล่ออกมาชี้ตำแหน่งให้เรา)จนมีเลือดไหลออกมารวมกันที่กลางลาน จากนั้นจะเกิดหลุดขนาดใหญ่พร้อมการปรากฏตัวของปีศาจอีกตนนามว่า “ซามูเอล”(Samael)

 

 

 

ก็สิ้นสุดสำหรับสปอยล์ตอนนี้ พบกันใหม่เอนทรี่หน้าครับ^-^

edit @ 5 Oct 2010 16:31:41 by Starheart

 


 

 

                             ในกระแสของเกมส์แอ็คชั่นมากมายที่ลงให้เครื่องเน๊กเจนซ์รุ่นใหม่อย่าง PS3 และ Xbox360 นั้น.... มีอยู่หนึ่งเกมส์ที่มองดูตอนแรกก็ชวนให้คิดว่ามันเป็นเกมที่ทำการ "ลอก" เกมส์แอ๊คชั่นรุ่นพี่อย่าง God of War หรือ Devil May Cry มา แต่ก็อย่างที่หลายๆคนเริ่มพูดกันแล้วว่า "ไม่สำคัญว่าคุณลอกเขามามากแค่