สวัสดีครับชาวเน็ตทุกท่าน ผม...สตาร์ฮาร์ทผู้ล่องลอยเป็นผีไร้ศาลมาหลายปี ก่อนหน้านั้นมีโอกาสไปสิงอยู่ที่บอร์ด Thaikh อยู่เป็นช่วงๆ ตอนนี้นึกครึ้มหอบข้าวของมาเปิดบล็อกแล้วครับ

 

เนื้อหาภายในบล็อกนี้ ตั้งใจว่าจะเป็นเรื่องคุยบ้าบอส่วนตัวบ้าง เอาการ์ตูนหรือซีรี่ย์อะไรที่ชอบมาพรีวิวมาเจาะลึกบ้าง(ตามประสา) ใครแวะเวียนมาก็ฝากเหลือบๆแลๆผลงานกันซักนิดนะครับ

 

 

สำหรับเอนทรี่แรก ก็ขอแนะนำการ์ตูนในดวงใจเรื่องหนึ่งก่อนเลยแล้วกัน

 

*อนึ่ง ข้อมูลส่วนมากมาจากการแปลด้วยภาษาอังกฤษครึ่งๆกลางๆของ จขบ. หากผิดพลาดประกานใดต้องขออภัยอย่างสูง

 

 

"Transformers Animated(TFA)"

 

เกาะกระแสกับการ์ตูนโปรโมทหนังเก่า คิดว่าหลายท่านที่เป็นคออนิเมะก็คงจะรู้จักมักจี่กับซีรี่ย์หุ่นแปลงร่างนี้กันดี แต่ขอสารภาพว่าเจ้าของบล็อกเคยลองพยามดูภาคอื่นๆแล้ว....ปรากฏว่าไม่ชอบเลยสักภาค แล้วอะไรทำให้ภาคนี้แตกต่างจากภาคอื่นรึ?

 

 

ขอข้ามข้อมูลเชิงสถิติการตลาดไปนะครับ บล็อกนี้พล่ามเนื้อหาอย่างเดียว

 

 

 

TFAเป็นเรื่องราวในจักรวาลสมมุติของซีรี่ย์ Transformers โดยเริ่มเรื่องในช่วงหลังมหาสงครามระหว่าง Autobots และ Decepticons สองเผ่าพันธุ์ไซเบอร์โทรเนี่ย(Cybertronian)ที่สุดท้ายจบลงด้วยชัยชนะของฝ่ายออโต้บอท

 

 

สำหรับแฟนๆที่คาดหวังฉากแอ๊คชั่นบู๊ล้างผลาญแบบอนิเมะหุ่นยนต์ทั่วไปคงต้องบอกว่า เสียใจด้วย ครับ เพราะTFAนั้นมีฉากบู๊แค่สั้นๆและยิบย่อย ส่วนมากจะมีเฉพาะในตอนที่มีการปะทะกันแบบจริงๆจังๆหรือไคลแมกซ์เท่านั้น เนื้อเรื่องในภาคนี้จะเน้นหนักไปที่การขับเคี่ยวทางกลยุทธ์ระหว่างออโต้บอทและดิเซปติค่อนกลุ่มเล็กๆมากกว่า ซึ่งกลุ่มตัวเอกในเรื่องก็คือ...

 

 

 

 

Autobot:หน่วยซ่อมบำรุงสะพานอวกาศ

สมาชิก:ออพติมัส พราม(Optimus Prime),แรทเช็ท(Ratchet),บัมเบิ้ลบี(Bumblebee),บัลค์เฮ้ด(Bulkhead),พราวล์(Prowl)

 

หากใครที่เคยดูฉบับภาพยนตร์ของไมเคิล เบย์มาก็คงสะดุดกับสามชื่อแรกแน่นอน ว่าแต่มันเกิดอะไรขึ้น? พวกนี้คือตำแหน่งผู้นำและแนวหน้าหัวกะทิของกลุ่มออโต้บอทที่ต่อกรกับดีเซปติค่อนเพื่อความสงบสุขของโลกไม่ใช่หรือ?

 

ผิดถนัดครับ!!!

 

ณ ฉบับTFAนี้ ทั้งสามคือ...อดีตนักเรียนนายร้อยหน่วยอีลิทการ์ดที่ถูกไล่ออก หุ่นแพทย์ยุคสงครามปลดประจำการ และทหารฝึกหัดซึ่งถูกเตะโด่งมาอยู่หน่วยซ่อมบำรุงด้วยข้อหาไประเบิดตึกถล่มใส่ครูฝึกในค่าย เท่านั้นเอง

 

ส่วนอีกสองตัวหลังก็ไม่ได้ยิ่งใหญ่มาจากไหนเช่นกันครับ เพราะบัลค์เฮ้ดก็คือทหารฝึกหัดที่ถูกโยนมาหน่วยซ่อมบำรุงพร้อมๆกับบัมเบิ้ลบี และพราวล์...หุ่นทหารหนีทัพช่วงสงครามซึ่งต่อมาได้รับการอุปการะจากมาสเตอร์ไซเบอร์นินจา โยกะตรอน(Yoketron) ทำให้เขาได้ฝึกฝนการเป็นนินจาไซเบอร์(แทนการไปนอนคุก) แต่ต่อมาหลังอาจารย์เสียชีวิต พราวล์ก็แยกตัวออกมาตระเวนเดินทางไปทั่วก่อนยานของเขาก็ถูกกลุ่มออพติมัสทำระเบิดหล่นใส่(โดยไม่ได้ตั้งใจ) ทำให้เขาต้องพลอยฟ้าพลอยฝนติดสอยห้อยตามกลุ่มนี้ไปด้วยจนกว่าจะย้อนกลับไปที่ดาวCybertronได้(กลุ่มซ่อมบำรุงจะต้องตระเวนขับยานไปซ่อมสะพานอวกาศตามที่ต่างๆในจักรวาล นานๆทีถึงจะกลับไปที่ดาวสักครั้ง)

 

 

 

หากจะบอกว่าหน่วยซ่อมบำรุงสะพานอวกาศกลุ่มนี้คือศูนย์รวมพวกที่ล้มเหลวในหน้าที่การงานของออโต้บอท...ก็ไม่ผิดนัก

(แรทเช็ท หุ่นแพทย์อาวุโสที่สุดในกลุ่ม มักมีเรื่องหนักอกต้องคอยสั่งสอนพวกหุ่นหนุ่มๆอยู่เสมอ)

 

 

แล้วสะพานอวกาศคืออะไร? มันคือหนึ่งในวิทยาการของฝ่ายออโต้บอทที่สร้างเส้นทางเป็นประตูวาร์ประหว่างจักวาล พวกเขาติดตั้งมันไว้ในทุกๆเขตกาแล็คซี่ที่ไปถึงเพื่อจะได้ง่ายต่อการเดินทางขนส่ง แต่ยิ่งกว่านั้นคือเทคโนโลยีนี้มีส่วนทำให้พวกออโต้บอทได้ชัยชนะในมหาสงครามเพราะการติดต่อสื่อสารที่รวดเร็วด้วย(การต่อสู้ในเรื่องนี้จะเป็นไปในระบบทหารอิงรูปแบบความเป็นจริง ใครเคยเรียนรด.น่าจะพอเก็ทบ้าง) เพราะฉะนั้นแม้ในยุคสงบสุขจึงยังคงจำเป็นต้องมีการซ่อมบำรุงสะพานตามจุดต่างๆอยู่เสมอ ทว่าระดับความสำคัญของหุ่นที่ทำงานนี้กลับเหมือนงานชั้นต่ำอย่างพนักงานกวาดถนนในโลกเราเท่านั้นเอง

(สะพานอวกาศ บอกว่าเป็นประตูมิติจะเห็นภาพกว่าน่ะนะ) 

 

 

 

เนื้อเรื่องในภาคนี้จะแอบคล้ายฉบับภาพยนตร์อยู่เล็กน้อย คือกลุ่มของออพติมัสเพียงแค่ทำงานต๊อกต๋อยของพวกเขาไปตามปรกติ แต่แล้วกลับเกิดเหตุไม่คาดฝันโดยเขาได้ไปขุดเจอAll Spark ที่ฝังอยู่ในหินเกาะสะพาน หลังจากนั้นยานของพวกออพติมัสก็ถูกยานรบดิเซปติค่อนลำหนึ่งโจมตี (ทั้งนี้ในเรื่องนั้น...พวกดิเซปติค่อนมักถูกเข้าใจว่าหายสาบสูญไปจากจักรวาลแล้ว การพบเจอจึงถือเป็นเรื่องประหลาดและอันตรายมาก) แจ๊คพ๊อตแตกกว่าคือนั่นดันเป็นยานที่Megatron บัญชาการอยู่ซะด้วย

 

(จุดสีเหลืองๆนั่นคือยานออโต้บอท เทียบกับยามดิเซปติค่อนแล้วต้องเรียกว่ากระดูกคนละเบอร์...)

 

 

 

เมกะทรอนในTFAไม่ได้ควบคุมกองกำลังดิเซปติค่อนขนาดใหญ่ซักเท่าไหร่นะครับ เพราะตอนนี้ลูกน้องใต้บังคับบัญชาใกล้ตัวเขาเหลืออยู่เพียง 4-5 ตัวเท่านั้น(จะกล่าวถึงในโอกาสต่อไป) เมื่อฝ่ายดิเซปติค่อนจับสัญญาณพลังออลสปาร์คได้ก็ทำให้เมกะทรอนบุกมาที่ยานเพื่อแย่งชิงมันทันที ทว่าคาดไม่ถึงว่าบอสใหญ่แห่งกลุ่มวายร้ายจะถูกลูกน้องตัวเองตลบหลังตั้งแต่ต้นเรื่อง

 

(มุขลอบสังหารสุดคลาสสิก สาบานได้ว่าเฮียแกไม่รู้ตัวว่าตัวเองโดนติดระเบิดไว้ที่หลัง...)

 

 

ยานของออโต้บอทที่โดนลูกหลงไปด้วยได้บินเข้าไปในสะพานอวกาศแล้วไปโผล่ที่โลก กลุ่มของออพติมัสพุ่งยานให้ตกลงไปในทะเลสาบก่อนจะเข้าโหมดจำศีล ส่วนเมกะทรอนที่พลัดตกลงมาตั้งแต่ชั้นบรรยากาศก็พังยับเยินจนเหลือแต่หัว ทว่ากลับมีเด็กหนุ่มคนหนึ่งพบเข้าและแอบเอาไปเก็บไว้

(สังขารแทบไม่เหลือสภาพของผู้นำที่ยังรอวันล้างแค้นอยู่เสมอ)

 

 

 

50 ปีต่อมา...เรื่องราวต่างๆจึงเริ่มต้นขึ้น...

 

 

 

 

จะเห็นได้ว่าในเรื่องนั้นทั้งออโต้บอทและดิเซปติค่อนมาที่โลกด้วยเหตุบังเอิญแบบสุดๆ และการที่กลุ่มของออพติมัสกลายเป็นฮีโร่ของเมืองนั้นก็เพราะพวกเขาเผลอไปช่วยจัดการหุ่นไมโครบอทที่ออกอาละวาดเท่านั้นเอง ในภาคแรกนั้นจะเป็นการเกริ่นนำเรื่องราวต่างๆอยู่ช่วงหนึ่งก่อนจะเข้าสู่ไคล์แมกซ์ที่เป็นการปะทะกันระหว่างพวกออพติมัสที่ต้องการปกป้องออลสปาร์ และดิเซปติค่อน 2 ตนที่ต้องการช่วยเมกะทรอน

 

(สามหน่อดิเซปติค่อนที่พลัดหลงจนมารวมตัวกันอีกทีบนโลก แต่เจ้าหุ่นสีชมพูนั่นคือตัวการคดีระเบิดหัวหน้าตัวเองซึ่งเพื่อนๆยังไม่รู้) 

 

 

 

แต่ในระหว่างนั้นจะมีเหตุการณ์ต่างๆเกิดขึ้นมากมาย บางตอนที่ดูเผินๆเหมือนจะมีตัวโกงที่เป็นมนุษย์โผล่มาแบบขำๆ...ทว่าพอเอาเข้าจริงแล้วก็จะวกไปเกี่ยวกับพวกดิเซปติค่อนเกือบตลอด และมุมมองที่เรารับชมก็ไม่ได้ติดอยู่ที่กลุ่มพระเอกเพียงอย่างเดียว แต่เรียกได้ว่าเราแทบจะได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดทุกๆฝั่งทั้งตัวดีตัวร้ายว่าใครมีแผนอะไรบ้าง ความสนุกของเนื้อเรื่องจึงเป็นการที่ได้ลุ้นว่าตอนเผชิญหน้านั้นใครจะเหนือกว่า และบ่อยครั้งที่มีเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้นจนทั้งสองฝ่ายต้องต่างคนต่างเอาตัวรอด ผลแพ้ชนะในแต่ละครั้งจึงไม่ได้วัดที่ฝีมือต่อสู้จริงๆ แต่เป็นความสามารถในการปรับตัวตามสถานการณ์ซะมากกว่า อีกทั้งเวลาปะทะกันในช่วงหลังๆก็แทบจะดูชุลมุนอยู่พอควรเพราะตัวละครในเรื่องมีการแตกก๊กแตกเหล่ากันเองเป็นพวกๆไม่เจาะจงฝ่าย อาทิเช่นนอกจากกลุ่มออโต้บอทกับดิเซปติค่อนแล้วก็จะมี พวกฝ่ายกลางที่เป็นนักล่าเงินรางวัลกับดิลเลอร์ค้าอาวุธ ฝ่ายอินเซ็ตติค่อน(Insecticon)ที่แยกตัวจากทั้งดิเซปติค่อนและออโต้บอทอีกที พลพรรคสตาร์สครีมซึ่งพลาดกี่ครั้งๆก็ยังดันทุรังหาวิธีกลับมาเล่นงานเมกะทรอนได้แบบไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อย

 

(ศึกนัดแรกที่ปะทะกับสตาร์สครีม ซึ่งพี่แกก็พยามซะเหลือเกินที่จะประกาศว่าตัวเองคือผู้นำตนใหม่ของดิเซปติค่อน)

 

 

ในขณะที่การ์ตูนส่วนใหญ่จะเน้นมิตรภาพของผองเพื่อนเป็นแก่นหลัก TFAกลับให้มุมมองในรูปแบบของสังคมจริงที่เป็นอยู่ในโลกยุคปัจจุบัน การประณีประนอมที่บางคราวก็ดูเหมือนการเล่นไม่ซื่อถูกแสดงออกมาหลายครั้งจากฝ่ายออโต้บอทเอง โดยตัวออพติมัส ไพรมที่เขามักจะอ่อนโอนเพื่อเห็นแก่ส่วนรวมบ่อยๆ ทั้งการปกปิดความผิดให้เพื่อนในบางครั้งเพราะสถานการณ์พาไป ขณะเดียวกันตัวเขาเองก็ได้เรียนรู้การเป็นผู้นำที่เรียกความมั่นใจซึ่งสูญเสียไปในอดีตกลับมาด้วย

 

(การทวงแค้นของเมกะทรอนที่ปลิดชีพสตาร์สครีมในหมัดเดียว แต่นั่นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความทะเยอทะยานที่ไม่รู้จบ)

 

โดยรวมแล้วหากใครที่นิยมแนวการ์ตูนเด็กผู้ชายแบบในJUMP เรื่องนี้ก็คงไม่ถูกคอนัก แต่ถ้าเป็นคนที่กำลังหาอนิเมะแนวแปลกๆสบายๆปนตลก ขอแนะนำเรื่องนี้เลยครับ(ยังไม่มีลิขสิทธิ์ในไทย คงต้องตามดูแถวๆยูทูปเอานะครับ แหะๆ)

 

 

เอนทรี่ต่อๆไปจะนำตัวละครมาเจาะลึกทีละคัวนะครับ ใครสนใจก็ฝากติดตามด้วย

 

 

(สองคู่แค้นที่ยังคงออกมาประมือกันเกือบตลอดทั้งเรื่อง)

 

ปล.ขอบคุณผู้อ่านทุกท่านครับ

ปล.2 พึ่งลองเขียนรีวิวครั้งแรก ดีชั่วอย่างไรฝากติชมด้วยนะครับ!!

 

 

 

 

 

edit @ 27 Apr 2010 09:34:35 by Starheart

Comment

Comment:

Tweet

เขียนได้ดีเลยครับ big smile

#7 By Bluewhale on 2011-12-04 19:07

สรุปแล้ว พราว ตายใช่ปะ
เราหาดูได้เเค่ตอนที่ 42 เอง หรือว่ามันจบเลย
ใช้กุญแจช่วยไม่ได้เลยหรอ จบงี้เลยหรอเนี่ย
มายก๊อดดดดดดดดดดดดดดด
ตัวนี้ชอบสุโค่ยเลยนะ มาตายแบบนี้
น้ำตาแถบร่วง จริงๆๆ

#6 By kyoiji on 2011-08-02 18:02

เหะๆๆ อย่าจำกัดเเต่ชาย ซี่ เราก็ดูนะค่า
มันหยดเลยละเรื่องนี้ชอบมาก
ชอบมันซะทุกตัว เเต่จะชอบอีตนินจากับบีที่สุดเหะ
หึหึ รีวิวครั้งเเรกก็รู้สึกสะใจเหะ อ่านสนุกดีจริงๆๆ (แต่จะมีใครคิดแบบเรามั้ยน้อ)
สู้ๆๆน้า นาย

#5 By kyoiji on 2011-07-30 19:30

เคยดูแต่แบบหนังแฮะ iwi
เคเบิ้ล CN ดูแต่ Teen Titans, Ben10 (นอกเรื่องละ)

#4 By Ravee on 2010-05-18 15:37

ดาวทำบล้อกแล้ว เย่ๆ ยินดีต้อนรับนะจ้ะ

มันก็จริงน่้านะ...
การ์ตูนของฝรั่ง ส่วนใหญ่จะเน้นที่สถานการณ์ต่างๆ มากกว่า
ว่าแต่ละตัวละครจะสามารถปรับตัวยังไง

พี่ว่าดูแล้วเพลินดีนะ
(โดยเฉพาะตอนของน้องบี)(ฮา)

ป.ล.เอาฟิคมาลงเล้ย!! double wink

#3 By Bluedog : หมาหน่อ on 2010-04-29 20:10

ภาคนี้สนุกมากๆ แต่พอเอาไปฉายญี่ปุ่นดันน่าดูกว่าของอเมริกาเฉยเลยsad smile เรื่องเดียวกันแท้ๆ

#2 By AL_PA_POW on 2010-04-28 13:37

ไม่เคยดูเรื่องนี้ทั้งการ์ตูน ทั้งหนังโรงเลยแหะ...angry smile
เป็นบล๊อกที่ขาวมากเลย ดาว sad smile
ปล. ไฉนจึงได้เพิ่งมาทำบล๊อกเนี่ย...
ปล. หารู้ไม่ว่าเขาเลิกเล่นกันแล้ว...sad smile
ปล. ...อันหลังสุดตูพิมพ์เล่น

#1 By Deather on 2010-04-25 14:00