ในกระแสของเกมส์แอ็คชั่นมากมายที่ลงให้เครื่องเน๊กเจนซ์รุ่นใหม่อย่าง PS3 และ Xbox360 นั้น.... มีอยู่หนึ่งเกมส์ที่มองดูตอนแรกก็ชวนให้คิดว่ามันเป็นเกมที่ทำการ "ลอก" เกมส์แอ๊คชั่นรุ่นพี่อย่าง God of War หรือ Devil May Cry มา แต่ก็อย่างที่หลายๆคนเริ่มพูดกันแล้วว่า "ไม่สำคัญว่าคุณลอกเขามามากแค่ไหน มันสำคัญที่ว่าเกมส์ของคุณสร้างเอกลักษณ์ของตัวมันเองได้รึเปล่าต่างหาก" ซึ่งจากการลิ้มชิมรสเกมส์ Darksiders : Wrath of War ก็ขอคอนเฟิร์มว่าเกมส์นี้มีดีกว่าแค่การก๊อปปี้ชาวบ้านแน่นอน

 

เนื้อหาต่อไปนี้มีการสปอยล์เนื้อเรื่องและตัวเกมส์ค่อนข้างมาก ระวังจะเสียอรรถรสหากยังไม่เล่นไม่จบ

 

                              Draksiders : Wrath of War ว่าด้วยเรื่องราวในพระคัมภีร์ไบเบิ้ลบทสุดท้าย "วิวรณ์" ที่กล่าวถึงวันสิ้นโลก โดย ณ วันนั้น...จะมี 4 อัศวินซึ่งนำพาความวิบัติมาสู่โลกพิภพเพื่อการชำระล้างสู่ยุคใหม่ โดยตัวเกมส์ได้มีการดัดแปลงและสร้างจักรวาลของเนื้อเรื่องใหม่ดังนี้

 

 (เป็นการแปลภาษาอังกฤษแบบงูๆปลาๆของ จขบ. หากผิดพลาดประการใดขออภัยด้วยครับ= =")

 

                              เนิ่นนานมาแล้ว จักรวาลถูกสรรค์สร้างขึ้นโดย "ผู้สร้าง(Creator หรือ พระเจ้า นั่นเอง)" และได้ทรงก่อร่างดินแดนขึ้นมาสองแห่งคือ "สวรรค์(Heaven)" กับ "นรก(Hell)" โดยทั้งสองภพนี้ได้ทำสงครามกันอย่างไม่หยุดหย่อน ผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะ วนเวียนเป็นวัฏจักรอันไร้ที่สิ้นสุด เพื่อให้ความวุ่นวายนี้สงบลง...จึงได้เกิด "สภากลาง (Charred Council)" ขึ้นมา เป็นขุมอำนาจที่ไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพียงแต่รักษาไว้ซึ่งกฎและความสมดุลเท่านั้น โดยอาวุธที่ทรงอานุภาพที่สุดของสภาก็คือ "4 Horsemen of Apocalypse" หรือสี่อัศวินแห่งวันสิ้นโลกนั่นเอง ถึงแม้จะเป็นขุนพลที่แข็งแกร่ง แต่สภาจะใช้งานพวกเขาได้ก็ต่อเมื่อมีการละเมิดกฎจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเท่านั้น ไม่สามารถใช้เพื่อประโยชน์อื่นนอกเหนือจากนี้ได้

 

(สภา....ถึงจะบอกว่าฝ่ายกลาง แต่ลุคพี่แกเอนไปทางนรกสุดๆ...)

 

 

                             ทั้งสวรรค์และนรกต่างยอมยุติศึกเพื่อเห็นแก่สภา จนเมื่อความสงบสุขมาเยือน พระผู้สร้างก็ได้ก่อตั้ง "อาณาจักรที่ 3(The Third Kingdom)" ซึ่งเป็นเผ่าพันธ์ของมนุษยชาติขึ้นมา สภากลางเล็งเห็นว่าเผ่าพันธ์นี้แม้จะอ่อนแอแต่หากเติบโตพอจนเข้มแข็งในระดับหนึ่งแล้ว...ก็จะเป็นกลุ่มที่ช่วยคานอำนาจของสงครามได้เป็นอย่างดี จึงได้มีการสร้าง "ตราผนึกทั้ง 7 "ขึ้น โดยวันใดที่อาณาจักรมนุษย์แข็งแกร่งพอจะเข้าสู่ "ศึกสุดท้าย(Endwar)" แล้ว ผนึกนี้จะถูกทำลาย เมื่อนั้น...สวรรค์ นรก มนุษย์ จะได้ห้ำหั่นกัน และสภาก็จะส่งสี่อัศวินเข้าร่วมศึกด้วย เป็นสมรภูมิสุดท้ายที่จะนำสมดุลมาสู่จักรวาลอย่างแท้จริง

 

                              ไตเติ้ลของเกมส์เกริ่นไว้เหมือนจะเป็นเกมส์ RTS ที่ให้เราเลือกฝ่ายมาจัดกองทัพสู้กันซะงั้น แต่หลังการบรรยายจบลง.....ตัวเกมส์ได้เข้าสู่คัตซีนในยุคปัจจุบันที่มนุษย์เราใช้ชีวิตกันตามปรกติ แต่แล้วจอโทรทัศน์ขนาดใหญ่กลางเมืองก็ได้ประกาศข่าวเกี่ยวกับการพบเห็นอุกกาบาตปริศนาที่ทำท่าจะพุ่งใส่โลก

 

 

                               ทว่ายังไม่ทันจะตัดเข้าโฆษณา...อุกกาบาตหลายสิบลูกก็พุ่งถล่มใส่เมืองทั้งเมืองแบบไม่ยั้ง มีการตัดภาพซูมไปยังกลุ่มวัตถุที่กำลังพุ่งฝ่าชั้นบรรยากาศลงมาว่าแแท้จริงแล้วมันไม่ใช่หินนอกโลก....แต่เป็นร่างของทหารเทพและปีศาจหลายร้อยตนกำลังจับคู่ฟัดกันอย่างดุเดือด พอลงมาถึงพื้นโลก...เหล่าอสูรคลั่งจึงเริ่มลามปามไล่ฆ่ามนุษย์ตัวกระเปี๊ยกกันอย่างสนุกสนาน

 

                               และแล้วก็ถึงเวลาเผยโฉมพระเอกของเกมส์ อุกกาบาตลูกหนึ่งตกลงมากลางถนน...ไม่ใช่เทพ...ไม่ใช่ปีศาจ....แต่เป็นชายในชุดเกราะห่มผ้าคลุมสีแดง มือถือดาบใหญ่พร้อมความเงียบที่ไร้แม้การประกาศนามตัวเอง

 

 

 

 

ภาพและเสียง

 

                               กราฟฟิกของเกมส์ดาร์คไซเดอร์นั้นถือว่าทำออกมาได้ไม่เลวเลยทีเดียว แม้จะดูแข็งๆแต่ก็ลื่นไหลเวลาเล่น ฉากต่างๆให้ความรู้สึกอลังการงานสร้าง ซาวน์เสียงถึงจะไม่มีเพลงติดหูแต่เวลาเอามาประกอบคัตซีนหรือฉากต่อสู้ก็ช่วยเร้าอารมณ์ได้เป็นอย่างดี อีกจุดเด่นคือ "เลือด" ที่สาดออกมาในฉากบู๊ของเกมส์นี้ดู "การ์ตูน" มากๆ ถึงท่าฟินิชชิ่งและการฆ่าศัตรูอาจจะฮาร์ดคอร์แต่โดยรวมแล้วไม่ถึงกับเสียวสยองแบบ God of War เท่าไหร่ ที่ต้องขอชมคือเสียงเอฟเฟ็กต่างๆเวลาตีรันฟันแทงทำออกมาได้ดี เสียงพากย์ก็ได้อารมณ์เหมือนดูหนังเรื่องหนึ่งเลย หากไม่นับว่าเสียงตัวละครส่วนใหญ่จะแตกไม่ก็แหบพร่าเพราะเป็นอสูรเกือบๆจะ 90% (อันนี้แล้วแต่คนชอบ)

 

 

เกมส์เพลย์

 


 

 

                               หลายคนดูเผินๆจะบอกว่าคล้าย God of War หลายคนเล่นแล้วบอกว่าเหมือน Devil May Cry อีกหลายคนเล่นไปถึงกลางๆเกมส์จะบอกว่านี่มัน Zelda เวอร์ชั่นตะวันตกแท้ๆ เอาเป็นว่าในส่วนของการสู้กับศัตรูนั้นจะใช้อาวุธดาบเป็นเป็นหลัก แต่เราก็สามารถหยิบหรือขว้างปาสิ่งของในฉากได้(ถ้ามี) ด้วยรัศมีการฟันที่กว้างทำให้การปะทะกับศัตรูกลุ่มใหญ่ๆจึงเป็นเรื่องสนุก แต่ก็ใช่ว่าเราจะหลับหูหลับตาฟันๆใส่ได้อย่างเดียว ศัตรูที่เป็นยูนิตใหญ่ๆนั้นจะโจมตีแรงมากหากโดนจังๆ จึงต้องรู้จักอ่านทางและแดชหลบก่อนจะหาช่องฟันเน้นๆ การฟินิชชิ่งในเกมส์นี้ต่างจาก GoW ตรงที่เรากดเพียงแค่ปุ่มเดียว (O ของPS3 , B ของ Xbox)ก็นั่งรอดูศัตรูโดนเชือดแบบงดงามได้เลย ไม่มีระบบควิ๊กไทม์อีเวนต์ให้กดต่อ (ยกเว้นบอสตัวสุดท้ายที่มีให้รั่วปุ่ม...ตั้ง 1 ครั้งแน่ะ....= =" ไม่รู้จะใส่มาทำไม)

 

ศัตรู

 

 

                               ในโลกของดาร์คไซเดอร์นั้น เราจะท่องไปในโลก ณ ยุคที่มนุษยชาติสูญสิ้นไปหมดแล้ว(หรือเหลือรอดก็ยังไม่ปรากฏให้เห็น) สิ่งที่พบเจอก็คือ ปีศาจ และ กองทัพเทพ เท่านั้น โดยเราเป็นศัตรูกับทั้งสองฝ่าย ส่วนตัวแอบคิดว่าฝ่ายกองเทพนั้นค่อนข้างจะเข้าขั้นคำว่า "กระจอก" เลยทีเดียว หากเห็นฝูงนี้โผล่มาสบายใจได้เลยว่าไม่มีตายแน่นอน(ยกเว้นประมาทหรือพลังใกล้หมดจริงๆ) เนื่องจากพวกนี้เกราะอ่อนมาก ฟันคอมโบเดียวก็ชะงักแล้ว หากกดฟันรัวๆแทบจะคอนเฟิร์มเลยว่าเชือดพวกพี่แกได้นิ่มๆที่ละ 3-4 ก็ยังไหว ต่างกับปีศาจในเกมส์นี้ที่มีทั้งกระจอกกว่าเทพ ไปจนถึงตัวใหญ่ยักษ์โคตรอึดยากบรรลัยกาล การสู้กับปีศาจจึงต้องแบ่งรุกรับให้เป็น ไม่ใช่สักแต่ฟันแล้วจะฆ่าได้

 


 

 

บอส

 

 

                               ถึงจะเป็นเกมส์แอ๊คชั่น แต่บอส 90% ของเกมส์นั้นเป็นบอสแบบ "พัซเซิล" คือปราบไม่ยาก แค่ต้องปราบให้เป็น บอสลักษณะนี้เรื่องพลังโจมตีหรือความแรงของอาวุธมีส่วนช่วยน้อยมาก เพราะในการสู้นั้น...สิ่งที่เราต้องทำก็คือการสำเร็จเงื่อนไขเพื่อให้เปิดช่องว่างให้เราโจมตี ไม่ว่าจะเป็นการขว้างระเบิดใส่ ผลักรถรางกระแทก หรือยิงจุดวาร์ปเพื่ออ้อมไปด้านหลัง และในการโจมตีก็จะมีจำนวนครั้งที่แน่นอน ส่วนใหญ่แค่สำเร็จเงื่อนไข 3-5 รอบก็สามารถปราบได้แล้ว

 

ปริศนาในตัวเกม

 

                               เกมส์แอ็คชั่นของฝั่งตะวันตกมักถูกปรามาศบ่อยๆว่าปริศนาง่ายเหมือนเกมเด็กประถม แค่มีไว้เพื่อไม่ให้เกมส์ตรงเกินไปเท่านั้น แต่คำพูดเหล่านี้คงใช้ไม่ได้กับดาร์คไซเดอร์ เพราะเกินครึ่งของตัวด่านที่เราจะผจญภัยนั้นเป็นปริศนาทั้งสิ้น โดยระหว่างที่แก้ปริศนาก็จะพบเจอศัตรูมาประปรายให้ระบายความเครียด ระดับของพัซเซิลมีหลายระดับ แต่ที่ชวนปวดตับจะมีอยู่ 2 แบบคือ

1."แบบยาก" ที่อาศัยความซับซ้อนต้องใช้เชาวน์ปัญญาของผู้มีการศึกษา ตัวอย่างก็เช่นปริศนาในหอคอยบัลลังก์ดำที่เารต้องใช้จุดวาร์ปเคลื่อนย้ายกล่องไปถ่วงน้ำหนักบนกระเช้า 3 อันเพื่อให้ได้พื้นที่พอดีสำหรับกระโดดขึ้นไปชั้นบน

2."แบบง่าย แต่เสือกยาววววว" อันนี้เครียดกว่าแบบยากซะอีก แถมบางทีถ้าเราไม่ช่างสังเกต....มันอาจจะยากไปเลยก็ได้ พัซเซิลลักษณะนี้จะไม่มีอะไรซับซ้อน แค่สับสวิตซ์ทลายหินปิดทาง โหนไปโยกนู่นโยกนี่ แต่ขอบเขตปริศนาดันกว้างมากกกกก เช่น เราเจอทางตันที่จุดA แต่อาจจะต้องเดินอ้อมไปที่จุด D เพื่อกดสวิตซ์ จากนั้นวิ่งกลับไปจุด A เพื่อเก็บไอเท็ม แล้วไต่เชือกไปจุด B เพื่อใส่ไอเท็มในช่องปริศนา วนไปจุด D อีกครั้งเพื่อสับสวิตซ์ แวะไปจุด Cเพื่อเก็บไอเท็มครั้งสุดท้าย และถึงจะไปเปิดประตูที่จุด A ได้.....ซึ่งไอ้แต่ละจุดนี่ก็แยกห่างกันด้วยกำแพงบ้าง ทางน้ำบ้าง เชือกโหนบ้าง เอาเป็นว่าไม่ยาก แต่มันเหนื่อยครับ...

 

 

เนื้อเรื่อง

 

                               คอเกมส์ RPG อาจไม่ถูกใจนัก เพราะเนื้อเรื่องของดาร์คไซเดอร์นั้นออกแนวคอมมิคอเมริกันที่ตัวละครแต่ละตัวมีอัตลักษณ์กันแบบสุดขั้ว ในตอนต้นเกมส์จะมีการผูกปมให้ผู้เล่นเดากันถึงสาเหตุที่เหตุการณ์ทุกอย่างผิดเพี้ยนไปจากที่ควรจะเป็น ไหงสวรรค์กับนรกอยู่ดีๆมาตีกันกลางเมือง? ทำไมมีแค่พระเอกคนเดียวที่ถูกส่งมา? อัศวินอีกสามคนหายไปไหน? ซึ่งคำตอบจะถูกเฉลยในช่วงท้ายเกมส์ แม้ไม่ได้หักมุมจนคาดเดาไม่ได้แต่ก็นับว่าไม่จืดชืดเกินจะติดตามครับ โดยเฉพาะฉากจบนี่....บอกกันโต้งๆเลยว่า ไอ้ที่ผ่านมาน่ะแค่น้ำจิ้ม จากนี้ไปสิ...ของจริง

 

 

 

 

 

Walkthrough

 

                               ในการเล่นดาร์คไซเดอร์ ตัวเกมส์จะแบ่งออกหลักๆ 3 ส่วนครับคือ

 

1.ร่วงหล่น และเริ่มต้นการเดินทาง

2.ชิงหัวใจจาก 4 ผู้ถูกเลือก

3.หอคอยบัลลังก์ดำและศึกสุดท้าย

 

 ซึ่งทั้งหมดนี้ผมจะแบ่งสปอยล์คั่วกับการวิจารณ์เล็กๆน้อยๆไปทีละช่วงนะครับ รอติดตามในเอนทรี่ต่อๆไปได้เลยครับ(จะพยามไม่ดอง แต่ถ้างานเยอะก็อาจจะช่าช้าหน่อย ขออภัยล่วงหน้านะครับ)

edit @ 29 Sep 2010 21:02:31 by Starheart

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

Tweet

เรื่องเกมโนคอมเม้น

แต่เรื่องสำนวนแนะนำให้พยายามทำให้กระชับลงกวานี้หน่อย เพราะอ่านแล้วยังเห็นสำนวนบรรยายเวิ้นเว้อกับศัพท์ในนิยายติดมาเยอะอยู่ ซึ่งทั้งนี้ การแต่นิยายกับการเขียนบทความ มันต้องการอารมณ์คนละอารมณ์กันนะครับ

#1 By Aqua Rising on 2010-09-01 01:14

น่าเล่นโฮก!!

เเต่ทว่ามันดันลงพวกเน๊กเจนซ์ซะนี่ อดเลยเรา

ปล.นานๆสตาร์จะอัพที จึงเเวะมาเยี่ยม เห็นเเล้วอยากทำบล็อคกับเขาบ้าง = [ ] =!!

#2 By VerXus (58.11.7.64) on 2010-09-29 19:03

แวะมาทันทาย(ฮา) อยากเล่นแต่....ขี้เกียจลงรออ่านสปอยที่ก็แล้วกัน(ฮา)

#3 By ZeindGale on 2011-03-21 21:44

confused smile ลงไง

#4 By 1 (182.93.232.193) on 2011-09-19 15:13

ALEX2

#5 By rawee (103.7.57.18|192.168.1.110, 180.183.71.209) on 2012-08-01 18:31

รอเสพตอนต่อไปอยุ่ครับ เป็นกำลังใจให้นะครับ

#6 By TEsTz (103.7.57.18|171.6.204.25) on 2012-11-05 14:39